คุยกับพี่เหลิม Music director ของ FEVER

“เมื่อวัน Debut Stage ของ FEVER “มาเป็นไข้กันเถอะ” มีโอกาสได้คุยกับ เฉลิมพล สูงศักดิ์ หรือ “เหลิม” ที่หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักในฐานะ นักร้องนำวง Seal Pillow และ Gym and Swim แต่ในอีกบทบาทหนึ่ง “เหลิม” รับหน้าที่เป็น Music director ของวง FEVER ด้วยเช่นกัน “มาเป็นไข้กันเถอะ” ไม่รอช้าที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา” 

ในฐานะที่มีส่วนร่วมกับวง Fever รู้สึกยังไงหลังได้ชม debut Stage ในวันนี้?

 “รู้สึกตกใจครับ เพราะว่านี่คืองานแรก ก็ไม่ได้มีใครคาดคิดว่า คนจะมาดูเยอะหรือจะมีคนมาส่งเสียงเชียร์ เราคุยกับน้องไว้ว่าเราไม่รู้สถานการณ์นะว่าเป็นยังไง เพราะว่าเราก็เป็นวงที่เพิ่งเปิดตัว อาจจะมีคนมายืนดูเราน้อย อาจจะมีคนที่มายืนดูเราเฉย ๆ ไม่มีเสียงเชียร์อะไร เราให้น้องทำเต็มที่”

“…แต่พอแบบว่าได้เห็นภาพที่คนมาเชียร์ มา ให้กำลังใจเยอะแล้ว รู้สึกว่าเป็นภาพที่เราดีใจแทนน้องด้วย เพราะเราเห็นที่ผ่านมาโดยตลอด ตั้งแต่ออดิชั่น จนมาถึงการเก็บตัวซ้อม ต่าง ๆ นานาจนมาถึง Debut เนี่ยคือ “มันเหนื่อยนะ” คือเราทำงาน

เพลงอ่ะเรายังรู้สึกเลยว่า การเป็น Idol แ***ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันยากกว่าการทำศิลปินอีกนะ

 “ซ้อมอาทิตย์หนึ่ง ครั้งละ 3-4 วัน วันละ 3-4 ชั่วโมง เป็นเดือน ๆ ติดต่อกันอย่างเนี่ย เรารู้สึกว่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างสูง เราเลยรู้สึกว่าไอ้คำว่าการเป็น Idol เนี่ย ใช้ความตั้งใจและพยายามก็ไม่ต่างกับศิลปิน ฉะนั้นเราเลยก็รู้สึกว่าเออเราเห็นน้องเป็นศิลปินนะ รู้สึกว่าเมื่อเปิดตัวเนี่ยน้องต้องเข้าใจโลกเข้าใจว่า เราคือวงหน้าใหม่เกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่รู้แต่ เราต้องทำให้ทุกอย่างดีที่สุด แล้วพอผลออกมาอย่างนี้มีคนมาเชียร์แล้วรู้สึกว่ามันสร้างกำลังใจให้น้อง ก็เลยดีใจด้วยกับน้องๆ

lrm_export_258231961658249_20190621_134941223150843608928730888.jpeg

ถูกมองว่าเพลงเข้าถึงยาก และแตกต่างกับวงไอดอลอื่นๆ กังวลไหมว่าเพลงมันจะไม่ตอบโจทย์กับตลาด?

“ค่อนข้างไม่ได้กังวลเรื่องนั้น” สิ่งที่เรากังวลก็คือแนวทางที่เราเลือกทำ เราทำมันได้ดีหรือเปล่าแบบนี้ดีกว่า เราไม่ได้กังวลว่าเราเลือกแล้วทางนี้แล้วคนจะไม่ฟัง เพราะเรารู้สึกได้ว่าเราก็ติดตามวง Idol ญี่ปุ่นเหมือนกัน แล้วรู้สึกว่าในวงการ Idol ญี่ปุ่นมันก็มีหลากหลายแนวทางมาก มันไม่ได้มีในลักษณะของ J-pop ที่เราคุ้นเคยอย่างเดียว มันจะมีลักษณะที่เป็น synth pop เป็น Rock บ้าง Metal บ้างอะไรพวกเนี่ย

“เราก็รู้สึกว่าก็มีคนไทยที่ติดตามกระแส พวกนี้อยู่ และเราก็สังเกตการติดตามเพลง ของคนไทยที่เรารู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ เนี่ยมันเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมันเข้าถึงโลกโซเชียลแล้ว คนรุ่นใหม่เริ่มหาทางเลือกในการฟังเพลงในการติดตาม อะไรต่าง ๆ นานาเขาเริ่มหาอะไรที่ มันฉีกออกไป แล้วเรารู้สึกว่าตรงนี้มันเป็น สิ่งที่ทำให้เรากล้านำเสนอ แล้วก็บวกกับการที่เรารู้สึกว่าน้องในวงน่าจะสามารถนำเสนอแนวทางนี้ได้ เราก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้กลัว ที่ ว่าคนจะไม่ติดตาม…”

เราเชื่อมั่นนะว่าคนไทยที่เราเห็นมาโดยตลอดคือ คนไทยเป็นคนที่เปิดรับอะไรง่ายนะในความเป็นจริงแล้ว และเราก็รู้สึก ว่าเพลงเราอ่ะถึงแม้ว่ามันจะฉีกออกไป จาก Idol ในประเทศไทย แต่ว่ามันไม่ได้ยากเกินไปเอาจริงๆถ้าลองฟังดูจะรู้สึกว่า เราก็อยู่ในพื้นฐานของความเป็นเพลง POP แล้วเราก็รู้สึกว่าตอนนี้หลายๆวงก็เริ่มหาแนวทางของตัวเอง Fever ก็ต้องหาแนวทางของตัวเอง เพราะเราไม่ได้หวังว่าเปิดตัวปุ๊บมันจะต้องเข้าไปสู่ ความเป็น Mass ความเป็นกระแสหลักเลย ถ้าเราคิดอย่างนั้นแล้วเราทำอย่างนั้นมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้

คือความ mass มันเป็นสิ่งที่ไม่มีสูตรสำเร็จนะ ถ้าจะพูดกันตรงๆแล้วมันไม่มีการบอกว่าทำอย่างนู้นทำอย่างนี้คือmass ทำอย่างนี้แล้วมันจะสำเร็จ ถ้าพูดง่ายๆให้ดูตัวอย่างเช่นเป็นวงดนตรีก็ได้ เหมือนคุณฟัง the Toy อะ เขาดังมาก แต่ถามว่าดนตรีมัน mass นาดนั้นไหมก็ไม่นะ เพราะเราคิดว่าเดอะทอยเนี่ยมันมีความซับซ้อนของดนตรี ค่อนข้างเยอะและเราถามว่ามันเป็นกระแสได้ไหม มันไปสู่วงกว้าง ได้ไหมมันไปได้ ฉะนั้นเรารู้สึกว่า คนฟังน่ะ 1. เราอย่าไปคิดว่าอะไรยาก เขาจะไม่ฟังมันเหมือนดูถูกเค้า เลือกนำเสนอไปเลย เขาจะชอบเขาจะรู้สึกยังไงปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา

52263830_399028040865765_8745731223537582080_n

แนวทางเพลงในอนาคตต่อไปก็ยังคงเป็นแบบนี้?

ใช่อย่างที่บอกไปอ่ะ ว่าเราอยากดูกระแสดนตรีของโลก ในปัจจุบันน่ะมันมีอะไรนำเสนอใหม่ๆที่น่าจะสนุก ที่แบบว่ามันดึงมาใช้กับตัวตนของน้องได้ ถ้าตรงนั้นมันมาปุ๊บแล้วเรารู้สึกว่าน่าสนใจ มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนฟังนึกว่า “เออ…มันมีอะไรนำเสนอใหม่ ๆ” ฟังแล้วรู้สึกว่าไม่ได้เบื่อ แบบว่าเออ Fever ก็อย่างนี้อย่างนี้นะไม่ได้มีอะไรใหม่อะไรแบบนี้

>> เพราะว่าดนตรีมันเป็นเรื่องของ การพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆอ่ะดนตรีมันไม่ได้หยุดริ่งนะ ดนตรีมันไม่ใช่แบบว่าเฮ้ย แล้วรักก็ได้ Rock เป็นอย่างนี้สิบปีก็ยังเป็นอย่างนี้ ผมว่าไม่ใช่! มันจะมีวิวัฒนาการของมันอยู่เราจะต้อง ตามให้ทัน

ฝากอะไรถึง ผู้ฟัง ผู้ติดตามวง Fever หน่อย?

ก็ต้องขอบคุณมากๆ เรารู้สึกว่าเราเป็นวงหน้าใหม่ที่ ทุกคนแบบเหมือนให้การตอบรับที่ดี ก็ต้องขอบคุณมากๆเลยขอบคุณแทนน้องๆด้วย

ผมว่า Fever ได้รับการเมตตาจากแฟน ๆ เยอะ ดีกว่าเหมือนเป็นวงที่แบบ เราไม่คาดคิดนะว่าแบบเราจะ มีฐานแฟนคลับเป็นจำนวน เยอะเท่าที่เห็นในวัน Debut Stage มันอาจจะไม่ได้เยอะมากแต่มันก็เยอะ กว่าที่เราคาดคิดในทีแรกมาก เหมือนกันก็ขอขอบคุณทุกๆคน แล้วก็อยากจะฝากว่าฟีเวอร์ก็ตั้งใจ นำเสนอผลงานโดย แบบว่ามันไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียว ” มันคือความคิดของน้องๆด้วย” น้องๆคือมาอยู่ตรงนี้ น้องๆทุกคนก็คิดเหมือนกันว่า ” ทุกคนรู้สึกว่า มาทำมันเหนื่อย มาทำทุกๆอย่าง อยากให้คนฟังอ่ะชอบผลงาน แล้วพอชอบผลงาน ชอบตัวน้องมันคือโบนัสของน้อง แต่ถ้าแบบชอบแค่ตัวน้องแต่ไม่ชอบคนงานน้องอ่ะ วันหนึ่งมันก็จะรู้สึกว่าเดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ ห่างจากกันน่ะถ้าอย่างนั้นน่ะ

นั่นแหละครับอยากให้ผลงานของ Fever เป็นผลงานที่เมื่อเวลาผ่านไป คนกลับ มาฟังแล้วมันรู้สึกว่าเออเป็นงานที่แบบ มันมีวงแบบนี้อยู่ในเมืองไทยนะมันเคยมีวงไอดอลแบบนี้ ก็ให้น้องรู้สึกว่าการที่เรามาอยู่ในวง Fever เป็น อะไรที่แบบว่า

” น้องเป็นศิลปินแล้วนะ”…

52057034_399027997532436_7566048610933014528_n